แมลงวันดูดเลือด

แมลงวันดูดเลือด (Stomoxys spp.) แมลงวันคอกสัตว์

แมลงวันดูดเลือดเป็นแมลงวันที่มีพฤติกรรมการกินอาหารแตกต่างไปจากชนิดอื่นๆ คือ นอกจากจะกินอาหารจากแหล่งอาหารเน่าหรือซากสัตว์แล้ว ยังมีพฤติกรรมการดูดเลือดจากคน และสัตว์ แมลงวันดูดเลือด เรียกอีกอย่างแมลงวันคอกสัตว์หรือเหลือบ (Horse Fly)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Family tabanidae

แมลงวันดูดเลือดเป็นแมลงวันที่รบกวนสัตว์โดยเฉพาะ สัตว์บางชนิดถ้าถูกแมลงวันดูดเลือดเพศเมียกัด จะทำให้มีอัตราการเพิ่มของน้ำหนักน้อย

แมลงวันดูดเลือดเพศผู้กินเกสรและน้ำหวานเป็นหลัก และมักออกมาในช่วงกลางวัน

หากถูกแมลงวันดูดเลือดกัดจะรู้สึกเจ็บปวด เพราะอวัยวะส่วนปากของมันมีชิ้นส่วนเหมือนมีดเล่มจิ๋วเพื่อเฉือนเข้าไปในผิวหนัง

ลักษณะทางกายภาพแมลงวันดูดเลือด

ตัวเต็มวัยมีขนาดยาวได้ถึง 25 มม.
มีสีดำหรือน้ำตาลเข้ม และตาสีเขียวหรือดำ
ตัวผู้มีตาติดกัน ซึ่งแตกต่างจากตัวเมียที่มีตาห่างกันชัดเจน
เมื่อถูกแมลงวันดูดเลือดกัดจะรู้สึกเจ็บปวดมาก

วงจรชีวิตของแมลงวันดูดเลือด

การผสมพันธุ์จะเกิดขึ้นบนอากาศและเสร็จสิ้นบนพื้นดิน ตัวเมียจะวางไข่เป็นกลุ่มพร้อมหลั่งสารเคลือบเงาหรือขุ่นเพื่อกันน้ำ
จะวางไข่จำนวนตั้งแต่ 100 ถึง 1,000 ใบ บนพื้นผิวที่ยื่นออกไปในน้ำหรือพื้นเปียก ซึ่งเหมาะสมสำหรับการพัฒนาของตัวอ่อน โดยใช้เวลาฟักไข่ 5–7 วัน
ตัวอ่อนเติบโตในช่วงฤดูหนาว และพัฒนาเป็นดักแด้ช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูร้อน
ช่วงชีวิตตัวเต็มวัยยาวนาน 30 ถึง 60 วัน

วิธีแพร่เชื้อของแมลงวัน

วิธีเชิงกล (Mechanical Transmission)
เชื้อโรคส่วนใหญ่จะถูกนำโดยวิธีนี้เนื่องจากแมลงวันมีนิสัยชอบเอาขาหน้าถูกันเมื่อเวลาที่แมลงวันกินอาหารอิ่มแล้ว ทำให้เชื้อโรคตามลำตัวและขา ร่วงลงในอาหาร เมื่อคนบริโภคอาหารนั้นเชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทำให้เจ็บป่วยได้ เช่น โรคทางเดินอาหาร บิด พยาธิ เป็นต้น
วิธีสำรอกใส่อาหาร (Propagating Transmission)
เนื่องจากแมลงวันมีวิธีการกินอาหารโดยการสำรอกน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารมาละลายของแข็งก่อน แล้วจึงดูดกลับเข้าไปใหม่ ทำให้เชื้อโรคถูกถ่ายออกจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร (Crop) ลงสู่อาหารในที่สุด
ในทำนองเดียวกันนิสัยชอบถ่ายมูลรดบนอาหารก็ทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนลงสู่อาหารได้เช่นกัน เช่น โรคทางเดินอาหาร โรคอาหารเป็นพิษ เป็นต้น
วิธีเป็นโฮสต์กึ่งกลาง (Intermediate Host)
ตัวอ่อนของหนอนพยาธิจะอาศัยอยู่ในตัวของแมลง เมื่อเจริญเป็นระยะติดต่อแล้ว หนอนพยาธิก็หาทางออกจากแมลงวันเข้าสู่ร่างกาย เช่น โรคพยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ เป็นต้น
วิธีการวางไข่หรือแพร่พันธุ์ เป็นระยะตัวหนอนไว้ตามแผล หนอง ฝี ทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า โรคไมยาชีส (Myaisis)

ผลกระทบจากแมลงวัน
แมลงวันนอกจากจะก่อให้เกิดความรำคาญ กรณีที่มีแมลงวันชุกชุมมากจะชอบบินมาจับ มาเกาะตามตัว ตามใบหน้าของคนเราทำให้เกิดความรำคาญเป็นอย่างมาก และที่สำคัญยังเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคต่างๆ
แมลงวันเป็นพาหะนำโรคต่างๆ เช่น ไทฟอยด์ (Typhoid) อุจจาระร่วงอย่างแรง(Cholera) อุจจาระร่วง ตาแดง ริดสีดวงตา(Trachoma) โรคบิดมีตัว โรคบิดไม่มีตัว โปลิโอ แอนเทร็กซ์(Anthrax) วัณโรค พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือนตัวกลม เป็นต้น แมลงวันจะสำรอกน้ำลาย และน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารออกมาช่วยย่อยหรือละลายอาหาร ทำให้แมลงวันเป็นพาหะนำโรคและแพร่เชื้อโรคจากเสมหะ อุจจาระ เศษขยะมูลฝอย ลงในอาหารที่เรารับประทาน

จากการที่แมลงวันตอมกินเสมหะเป็นอาหาร และกินอาหารทุกชนิดทำให้แมลงวันเป็นพาหะแพร่โรควัณโรคด้วย นอกจากนี้ แมลงวันยังมีนิสัยที่ช่วยให้แมลงวันเป็นตัวนำและแพร่เชื้อโรคได้อีกคือ ชอบถ่ายมูลลงบนอาหารที่เรารับประทานในชีวิตประจำวัน และเมื่อแมลงวันกินอาหารอิ่มแล้ว มันจะถูหรือเสียดสีขาคู่หน้าของมัน ทำให้เชื้อโรคและไข่พยาธิที่ติดมากับขนขาร่วงหล่นลงบนอาหารของเรา เมื่อเรากินอาหารนั้นก็จะได้รับเชื้อโรคติดต่อเข้าไปด้วย

แมลงวันเป็นสัตว์ที่กินอาหารได้ทุกชนิด หาอาหารตามกองขยะมูลฝอย เศษอาหาร ซากสัตว์ อุจจาระ มูลสัตว์ ทำให้เชื้อโรค ไข่ของหนอนพยาธิติดมากับแมลงวันได้ โดยติดมากับขนตามลำตัว ติดมากับขนที่ขา ปนอยู่กับของเหลวในกระเพาะอาหาร และอยู่ในระบบทางเดินอาหารของแมลงวัน เมื่อแมลงวันมาตอมอาหารของเรา ก็จะนำเชื้อโรคและไข่ของหนอนพยาธิลงในอาหาร เมื่อเราบริโภคอาหารนั้นเชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายเราทำให้เจ็บป่วยได้

บริการกำจัด
หนูแมลงดูดเลือด

วิธีในการกำจัดแมลงวันดูดเลือด
สำรวจพื้นที่ทั้งหมดโดยละเอียด เพื่อดูสภาพปัญหาก่อนทำบริการ
การใช้เครื่องดักแบบแผ่นกาวจับแมลงวันโดยจะติดตั้งให้สูงจากพื้นประมาณ 2.5 – 3 เมตร ในบริเวณพื้นที่ปิด
การใช้เคมีผงโรยใส่ลงไปในบริเวณแหล่งที่หมักหมมขยะเน่าเสียหรือสิ่งปฎิกูลที่เป็นแหล่งเพาะพันธ์แมลงวันเพื่อฆ่าไข่แมลงวัน เป็นต้น
การใช้เหยื่อพิษที่อาจเป็นของแข็งหรือของเหลวก็ได้ ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาล สารเคมีเพื่อดึงดูดแมลงวัน จะต้องนำไปวางไว้ใกล้กับอาหาร
สเปรย์น้ำยาเคมีแบบคลุมพื้นที่บริเวณแหล่งขยะที่เน่าเปื่อย แหล่งแมลงวันชุกชุม แหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันหรือแหล่งเกาะพักของแมลงวันเป็นต้น
ติดตามผลและควบคุมปัญหาอย่างต่อเนื่อง
ให้คำแนะนำในเรื่องการสุขาภิบาล การดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่เพื่อลดปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด เช่น แหล่งอาหาร แหล่งขยะ แหล่งเพาะพันธ์แมลงวัน เป็นต้น
สารเคมีที่ใช้ : cypermethrin, daltamethrin, permethrin, cyfluthrin, zeta-cypermethrin, bifenthrin

นัดหมายเพื่อสำรวจพื้นที่