มดแดง

มดแดง (Green Tree Ant/ Weaver Ant)

มดแดงมีลักษณะสีแดงเข้ม หัวและส่วนอกมีขนเส้นเล็กๆ หนวดมี 12 ปล้อง อกยาวโค้งคอดคล้าย อาน กลม ขาเรียวยาว มดแดงจะทำรังบนต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นมะม่วง ชมพู่ โดยใช้ใบเหล่านี้ประกอบเป็นรัง
โดยตัวอ่อนจะปล่อยสารเหนียวออกมาเชื่อมใบไม้ให้ประกบกัน เมื่อพบเหยื่อจะทำร้ายเหยื่อโดยการกัด และฉีดสารพิษออกทางปลายท้อง เมื่อเหยื่อได้รับบาดเจ็บจะช่วยกันลากกลับรัง มดแดง เมื่อถูกรบกวน จะทำอันตรายคนโดยการกัดผู้ถูกกัดจะรู้สึกเจ็บปวดมาก ต่อมาจะเกิดอาการบวมคัน

มด (อังกฤษ: Ant) เป็นแมลงในวงศ์ Formicidae อันดับ Hymenoptera มดมีการสร้างรังเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ บางรังมีจำนวนประชากรมากถึงล้านตัว มีการแบ่งวรรณะกันทำหน้าที่คือ วรรณะมดงาน เป็นมดเพศเมียเป็นหมัน
ทำหน้าที่หาอาหาร สร้างและซ่อมแซมรัง ปกป้องรังจากศัตรู ดูแลตัวอ่อน และงานอื่น ๆ ทั่วไป เป็นวรรณะที่พบได้มากที่สุด วรรณะสืบพันธุ์ เป็นมดเพศผู้ และราชินี เพศเมีย มีหน้าที่สืบพันธุ์ เนื่องจากมดเป็นสัตว์ในวงศ์ Formicidae จึงสามารถผลิตกรดมดหรือกรดฟอร์มิกได้เป็นลักษณะเฉพาะของสัตว์ในวงศ์นี้

หนวดของมดนั้นแตกต่างจากแมลงกลุ่มอื่น คือ หนวดของมดจะม้วนเข้าศอก เว้นแต่มดสายพันธุ์ Fomisintos ที่จะมีลักษณะการม้วนหนวดเหมือนแมลงชนิดอื่นๆ หนวดมด มีหน้าที่รับรู้สื่อสารและรายงานสถาณภาพต่างๆของบริเวณนั้นๆ
ในการสื่อสารมดจะใช้หนวดมาสัมผัสกันเป็นการสื่อสารแบบ ลอย (Emando) หนวดของมดจะแบ่งออกเป็นปล้องๆ ซึ่งแล้วแต่ประเภท วรรณะของมด ซึ่งแบ่งออกดังนี้
มดราชา (King Ant) มีหนวดประมาณ 500-1000 ปล้อง
มดเพศผู้ (Male Ant) มีหนวดประมาณ 117-163 ปล้อง
มดเพศเมีย (Female Ant) มีหนวดประมาณ 131-155 ปล้อง
มดพนัก (Torker Ant) มีหนวดประมาณ 83 -117 ปล้อง
ปัจจุบัน มีการค้นพบมดมากกว่า 12,000 ชนิด โดยพบมากในเขตร้อนของโลก เฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ประมาณว่ามีมด 1,300-1,500 ชนิด สำหรับในประเทศไทยเริ่มมีการศึกษามดอย่างจริงจังในปี ค.ศ. 1997 พบมดแล้วกว่า 700 ชนิด และคาดว่าอาจมีมากได้ถึง 1,000 ชนิด

บริการกำจัด
มดแดง

5 ขั้นตอนในการกำจัดมดแดง
1.สำรวจพื้นที่ทั้งหมดโดยละเอียด เพื่อดูสภาพปัญหาก่อนทำบริการ
2.ฉีดพ่นน้ำยาเคมีภายในและภายนอก โดยเน้นจุดที่มีปัญหามดแดง เช่น บริเวณฝาผนังรอยแตกร้าวของอาคาร วงกบประตูหน้าต่าง รัง ทางเดิน บริเวณคาน รอบนอกอาคารบ้านเรือน ต้นไม้ พุ่มไม้ สวนหย่อม แหล่งอาหาร แหล่งหลบซ่อน พื้นที่สกปรก เป็นต้น
3.การใช้เคมีผงบีบพ่นหรือโรยเข้าไปในบริเวณที่ฉีดน้ำยาน้ำไม่ได้ เช่นแผงสวิทซ์บอร์ดไฟฟ้าเป็นต้น
4.ติดตามผลและควบคุมปัญหาอย่างต่อเนื่อง
5.ให้คำแนะนำในเรื่องการสุขาภิบาล การดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่เพื่อลดปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด เช่น บริเวณสวนหย่อม ต้นไม้ พุ่มไม้ แหล่งหลบซ่อน แหล่งอาหาร แหล่งขยะ เป็นต้น
สารเคมีที่ใช้ : cypermethrin, cyfluthrin, permethrin, diazinon, deltametrin, hydramethylnon, abamectin.

นัดหมายเพื่อสำรวจพื้นที่